https://www.youtube.com/watch?v=ZIsThX5Mtxk ชมผลงานสถาปัตยกรรมบาลิโลเนียน
![]() |
| ซอสายฟ้าฟาด |




ครูดนตรีเป็นอาชีพที่ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเห็นคุณค่าและความสามารถของตนเองในการเรียนรู้ที่จะเล่นดนตรีให้เป็นให้ได้
ประเภทของเพลงไทย
เพลงไทย หมายถึง เพลงที่ประพันธ์ ตามหลักของดนตรีไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เป็นศิลปะและวัฒนธรรมของชนชาติไทยซึ่งมีมาแต่สมัยโบราณ เพลงที่ประพันธ์ขึ้นมาโดยมากเลียนสำเนียงภาษาอื่น มักจะมีชื่อเรียกนำหน้าเพลงตามสำเนียงภาษา เช่น เพลงลาวดวงเดือน เขมรไทรโยค มอญท่าอิฐ แขกสาหร่าย พม่าเห่ จีนขิมเล็ก ฯลฯ
เพลงไทย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือเพลงบรรเลง และเพลงขับร้อง
หมายถึง เพลงที่ใช้เครื่องดนตรีบรรเลงล้วน ๆ ดังนี้
1. เพลงโหมโรง
เป็นเพลงที่ใช้บรรเลงก่อนการแสดงโขน-ละคร และพิธีกรรม ต่าง ๆ โดยมีความเชื่อว่า
เพลงโหมโรงจะใช้เพลงสาธุการบรรเลงนำทุกครั้ง มี 3 ประเภท คือ
2. เพลงหน้าพาทย์
ใช้บรรเลงประกอบอิริยบท อารมณ์ และการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร หรืออัญเชิญฤาษีเทวดาและครูอาจารย์ให้มาร่วมในพิธีไหว้ครูหรือพิธีมงคลต่างๆ มี 2 ชนิด
2.1 เพลงหน้าพาทย์ธรรมดา ประกอบอริยบทตัวละครธรรมดา เช่น ร้องให้ ใช้ เพลงโอด , ต่อสู้ ใช้เพลงเชิด
2.2 เพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง ประกอบอิริยบทของเทพต่างๆ ได้แก่ พระอินทร์ พระพรหม เทวดา เช่น การเดินทางไปมา ใช้เพลงกลม
3. เพลงเรื่อง
คือเพลงชุดที่นำเอาเพลงที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมารวมกันบรรเลงติดต่อกันเป็นชุด ดังนี้
4. เพลงหางเครื่อง
เป็นเพลงบรรเลงที่บรรเลงต่อท้ายเพลงเถา เป็นบทเพลงสั้นๆ ในอัตราจังหวะชั้นเดียว เพื่อให้สนุกสนาน ครึกครื้น
5. เพลงออกภาษา
เป็นเพลงที่นำเพลงสำเนียงภาษาต่าง ๆมารวมเป็นชุดเดียวกัน การบรรเลงจะต้องออก 4 ภาษาก่อนคือ จีน เขมร ตะลุง พม่า
6. เพลงเดี่ยว
เป็นเพลงพิเศษ ใช้สำหรับ บรรเลงเดี่ยว อวดฝีมือนักดนตรี
หมายถึงเพลงที่นิยมนำมาร้องประกอบดนตรีตามแบบของไทย มีดังนี้
1. เพลงเถา เป็นเพลงที่มี อัตราจังหวะ 3ชั้น 2ชั้น และชั้นเดียว ในเพลงเดียวกัน เช่น เพลงแขกบรเทศ เพลงแสนคำนึงหา
2. เพลงตับ เป็นเพลงชุดที่นำเอาเพลงหลายเพลงมาบรรเลงติดต่อกัน มีอยู่ 2 แบบ คือ
2.1 ตับเรื่อง ( เอาเนื้อร้องเป็นเกณฑ์ )
2.2 ตับเพลง (เอาแบบแผนการบรรเลงเป็นเกณฑ์ )
เพลงเกร็ด
เป็นเพลงที่ใช้บรรเลงและขับร้องทั่วไป เพื่อความสนุกสนาน จะชมความงามของหญิงสาว ชมธรรมชาติ บรรยายความรู้สึก ความรัก เช่น
เพลง ลาวดวงเดือน
ม.4 เทอม 1 ดนตรีไทย ศ 31101 ศิลปะพื้นฐาน
https://docs.google.com/forms/d/10X0oPm_Be3jOpDse5GCNIW9PJP9viuZyTLDe1fmxMAc/edit
ม.4 เทอม 2 ทัศนศิลป์ ศ 31102 ศิลปะพื้นฐาน
https://docs.google.com/forms/d/1Z8JQGp0ZMISMTOLOYXuiXlhzBVvGDpSMIYa8frwDaag/edit
2. วงขับไม้ ประกอบด้วยผู้บรรเลง 3 คน คือ คนขับลำนำ 1 คน คนสี ซอสามสาย คลอเสียงร้อง 1 คน และ คนไกว บัณเฑาะว์ ให้จังหวะ 1 คน
3. วงปี่พาทย์ เป็นลักษณะของวงปี่พาทย์เครื่อง 5 มี 2 ชนิด คือ
3.1 วงปี่พาทย์เครื่องห้า อย่างเบา ประกอบด้วยเครื่องดนตรีชนิดเล็ก ๆ จำนวน 5 ชิ้น คือ 1. ปี่ 2. กลองชาตรี 3. ทับ (โทน) 4. ฆ้องคู่ และ 5. ฉิ่ง ใช้บรรเลงประกอบการแสดง ละครชาตรี (เป็นละครเก่าแก่ที่สุดของไทย)
3.2 วงปี่พาทย์เครื่องห้า อย่างหนัก ประกอบด้วย เครื่องดนตรีจำนวน 5 ชิ้น คือ 1. ปี่ใน 2. ฆ้องวง (ใหญ่) 3. ตะโพน 4. กลองทัด และ 5. ฉิ่ง ใช้บรรเลงประโคมในงานพิธีและบรรเลงประกอบ การแสดงมหรสพ ต่าง ๆ จะเห็นว่า วงปี่พาทย์เครื่องห้า ในสมัยนี้ยังไม่มีระนาดเอก
4. วงมโหรี เป็นลักษณะของวงดนตรีอีกแบบหนึ่ง ที่นำเอา วงบรรเลงพิณ กับ วงขับไม้ มาผสมกัน เป็นลักษณะของ วงมโหรีเครื่องสี่ เพราะประกอบด้วยผู้บรรเลง 4 คน คือ
1. คนขับลำนำและตี กรับพวง ให้จังหวะ
2. คนสี ซอสามสาย คลอเสียงร้อง
3. คนดีดพิณ และ 4. คนตีทับ (โทน) ควบคุมจังหวะ