https://docs.google.com/forms/d/1VK4woZ0ZU_kfQnmt9Vs6UocCM94ylbnlq1WYv3Km5Dk/edit
https://docs.google.com/forms/d/1Epyeh2xx4UlVY4f9LkjCYYnAUaSySKcTHxv-fIJ8cGc/edit
ครูดนตรีเป็นอาชีพที่ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเห็นคุณค่าและความสามารถของตนเองในการเรียนรู้ที่จะเล่นดนตรีให้เป็นให้ได้
ม.1
ศิลปะพื้นฐาน เทอม ๑ ม.๑ ศ ๒๑๑๐๑
https://docs.google.com/forms/d/1LViZ6Ak7QjzPVoZxR2hZ8cm8j6S9sqdOrYSrWif89fo/edit
ศิลปะพื้นฐาน เทอม ๒ ม.๑ ศ ๒๑๑๐๒
https://docs.google.com/forms/d/1VK4woZ0ZU_kfQnmt9Vs6UocCM94ylbnlq1WYv3Km5Dk/edit
ศิลปะเพิ่มเติม เทอม 1 ม.1 ศ 21201
https://docs.google.com/forms/d/1yTDmGxOVp6Z4hdZkSoDjACIRjgXss51Dzw8BZ9Sui_Q/edit
ศิลปะเพิ่มเติม เทอม 2 ม.1 ศ 21202
https://docs.google.com/forms/d/1vN2-ToW_tIQznpDZ0Tf6CmD45jjF8SQINe5cEzCjmB0/edit
ม.4
สอบแก้ผลการเรียน วิชาศิลปะ 1 ม.4 ภาคเรียนที่ 1
https://docs.google.com/forms/d/15imywMiaxnwzTgBxLVbFtD1vTfnL2v-XswPSZwtMzBw/edit
สอบแก้ผลการเรียน วิชาศิลปะ 2 ม.4 ภาคเรียนที่ 2
https://docs.google.com/forms/d/13ENvUptN3zxq8gLr9CLVjXd3OgEiIx6hClJvVpnJ8Og/edit
ม.5
สอบแก้ผลการเรียน วิชาศิลปะ 3 ม.5 ภาคเรียนที่ 1
https://docs.google.com/forms/d/1PzuOu8nW9_A3AMLPMy8R19jUJBUqTENWsXzsacZ04lo/edit
สอบแก้ผลการเรียน วิชาศิลปะ 4 ม.5 ภาคเรียนที่ 2
https://docs.google.com/forms/d/1M9A0E1EQWltDhUoBz46CxJt3DKGQLZNuM33D7mEHubk/edit
ม.6
สอบแก้ผลการเรียน วิชาศิลปะ 6 ศ 33101 ม.6 เทอม 1
https://docs.google.com/forms/d/1n_eLi4dYw_dLO9F-49zWfKIGNVwlhCI5z4zWonvMBKE/edit
สอบแก้ผลการเรียน วิชาศิลปะ 6 ศ 33102 ม.6 เทอม 2
https://docs.google.com/forms/d/1zW2ifNW2_O2cn6-UkOWHnX9NOdDusJcsLNlr5ofGXNQ/edit
การวาดภาพหุ่นนิ่งนั้นนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นพื้นฐานของการเริ่มวาดภาพ Drawing อย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นการเริ่มฝึกขบวนการทั้งหมดที่จะพัฒนาไปสู่การวาดภาพประเภทอื่น ผลงานการฝึกวาดเส้นชิ้นแรก ๆ ของชีวิตนักศึกษาศิลปะแทนทุกคนนั้นก็น่าจะเป็นภาพหุ่นนิ่ง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม แทบทั้งสิ้น
การวาดเส้นหุ่นนิ่ง (STILL – LIFE) คือ สิ่งของเครื่องใช้ที่นำมาจัดขึ้น โดยขอบเขตของหุ่นไม่มากนักเป็นการจัดขึ้นเองภายในห้องในสมัยก่อน ศิลปินยุโรปให้ความสำคัญกับการวาดภาพหุ่นนิ่งเป็นเพียงภาพประกอบของภาพคน เพื่อแสดงฐานะของเจ้าของภาพเท่านั้น ภาพหุ่นนิ่งเริ่มมีความสำคัญตั้งแต่ ศต. 16 โดยเริ่มจากศิลปินสกุลดัตซ์ และอังกฤษ
ประเภทของหุ่นนิ่ง
หุ่นนิ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ
1. หุ่นนิ่งจากธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ ผลไม้ ฯลฯ
2. หุ่นนิ่งจากวัตถุสิ่งของ เช่น ขวดแก้ว ไห ฯลฯ
3. หุ่นนิ่งจากรูปทรงทางวัฒนธรรม เช่น เครื่องแต่งกาย หัวโขน ฯลฯ
4. หุ่นนิ่งจากวัตถุทางเทคโนโลยี เช่น โลหะ เครื่องจักรฯลฯ
การวาดภาพหุ่นนิ่งนั้นนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นพื้นฐานของการเริ่มวาดภาพ Drawing อย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นการเริ่มฝึกขบวนการทั้งหมดที่จะพัฒนาไปสู่การวาดภาพประเภทอื่น ผลงานการฝึกวาดเส้นชิ้นแรก ๆ ของชีวิตนักศึกษาศิลปะแทนทุกคนนั้นก็น่าจะเป็นภาพหุ่นนิ่ง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม แทบทั้งสิ้น
เหตุใดจึงมีการบรรจุหลักสูตรการวาดภาพหุ่นนิ่งพื้นฐานของวิชาวาดเส้น คำตอบนั้นน่าจะเป็นเพราะมีบางสิ่งที่มากกว่าการนำแค่สิ่งของมาตั้งไว้เฉย ๆ แล้วให้วาดตามที่ตาเห็น
การวาดภาพหุ่นนิ่งนั้น ต่างจากการวาดเส้นประเภทอื่นตรงที่การวาดเส้นหุ่นนิ่งผู้วาดไม่ต้องไปกังวลกับการเปลี่ยนแปลงหรือการเคลื่อนที่ของวัตถุ แต่สิ่งที่ซ้อนอยู่ในกลุ่มวัตถุนั้นนั่นก็คือ การรู้จักพื้นฐานในการเลือกมุมมอง การรู้จักจัดองค์ประกอบการลงน้ำหนักแสงเงา เพราะหากให้คน 10 คนวาดเส้นหุ่นนิ่งแบบเดียวกันก็เชื่อแน่ว่าจะได้ภาพนุ่นนิ่งออกมา 10 แบบ 10 อารมณ์เลยทีเดียว
สำหรับผู้ที่เริ่มวาดภาพหุ่นนิ่งนั้นมีขั้นตอนการวาดดังนี้
1. กำหนดพื้นที่หรือขอบเขตทั้งหมดของหุ่นให้เหมาะสมกับหน้ากระดาษ
2. กำหนดตำแหน่งของวัตถุภายในโดยให้มีวัตถุหลัก 1 ชิ้น ไว้คอยกำหนดสัดส่วนกับวัตถุชิ้นอื่น
3. ร่างภาพคร่าวๆ
4. ดูตำแหน่งสัดส่วนให้ถูกต้อง ปรับปรุงแก้ไขโดยเปรียบเทียบกับวัตถุหลักว่าใหญ่ไป เล็กไปหรือตำแหน่งสูงต่ำถูกต้องหรือไม่
5. ให้น้ำหนักแสงเงาแบบรวมๆ ภาพหุ่นนิ่งนั้นมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเรื่องของพื้นหลัง ฉะนั้นหากต้องการให้วัตถุโดยรวมเป็นน้ำหนักอ่อน พื้นหลังก็ควรจะเป็นน้ำหนักเข้ม หรือหากวัตถุเข้ม พื้นหลังก็ควรจะอ่อน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเรื่องราวที่จะนำเสนอ ดูว่าลงน้ำหนักไปแล้วงานดูมีบรรยากาศหรือไม่ เพื่อให้งานที่ออกมามีอารมณ์ความรู้สึก
6. ขั้นตอนต่อมา คือการเพิ่มรายละเอียดของวัตถุ แสงเงา
7. ปรับปรุงแก้ไขจนภาพเสร็จสมบูรณ์
การวาดเส้นภาพหุ่นนิ่งโดยเฉพาะการวาดเส้น เป็นการเริ่มต้นในการฝึกทักษะของผู้ที่เรียนรู้ในขั้นเริ่มต้น หุ่นนิ่งมีอยู่หลายประเภทขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้วาดที่ต้องการถ่ายทอดภาพที่มองเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของวัตถุธรรมชาติหรือวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นการวาดเส้นหุ่นนิ่งที่ดีนั้นผู้วาดจึงจำเป็นต้องศึกษาให้เข้าใจถึงคุณสมบัติเฉพาะตัวของหุ่นนิ่งต้นแบบ ที่จัดวางไว้ว่าหุ่นนิ่งแต่ละประเภทว่ามีความแตกต่างทางกายภาพภายนอกของความเป็นวัตถุนั้น ๆ อย่างไรบ้าง นอกจากสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น องค์ประกอบสำคัญในการจัดวางหุ่นก็เป็นสิ่งสำคัญอันจะขาดเสียไม่ได้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสุนทรียะภาพที่จะเกิดขึ้นในงานนั้น ๆ
ด้วยเหตุนี้ ผู้เริ่มเรียนรู้ขั้นแรกจึงควรให้ความสำคัญในการฝึกทักษะของการวาดเส้นหุ่นนิ่งให้ชำนาญเพื่อเป็นพื้นฐานขั้นต้นของการวาดเส้นในลำดับต่อไป
ในระยะแรกขรัวอินโข่งยังยึดแนวความคิดแบบเดิม คือวาด ภาพเกี่ยวกับพุทธศาสนาตามคตินิยม ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็นเขียนภาพเรื่องราวเกี่ยวเนื่องในพระพุทธศาสนา จนกระทั่งหลุดพ้นมาเป็นงานในรูปแบบปริศนาธรรม ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวคือการ วาดภาพธรรมชาติโดยเฉพาะต้นไม้ และการควบคุมอารมณ์ของสีในภาพให้มีความกลมกลืนและ เกี่ยวเนื่องกันโดยตลอด ผลงานที่สร้างชื่อเสียงคือภาพปริศนาธรรมที่ฝาผนังภายในพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศและวัดบรมนิวาส
ชีวิตในวัยเด็กของขรัวอินโข่งไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด รวมทั้งปีที่เกิด ทราบเพียงว่าขรัวอินโข่งเกิดที่ตำบลบางจาน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรีในสมัยรัชกาลที่ 3 มีชื่อเดิมว่า "อิน" เดินทางเข้ามาบวชเป็นสามเณรที่กรุงเทพฯ แม้อายุเกินมากแล้วก็ยังไม่ยอมบวชพระจนถูกล้อเป็นเณรโค่ง แต่ในที่สุดสามเณรอินจึงได้ยอมบวชเป็นพระที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) ชื่อจึงสันนิษฐานกันว่ามาจากการถูกเรียกล้อว่า “อินโค่ง” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงอธิบายว่า “โค่ง” กับ “โข่ง” แปลว่า “ใหญ่” ต่อมาโค่งเพี้ยนเป็น “โข่ง” จึงเรียกกันว่า “อินโข่ง” ส่วนคำว่า “ขรัว” ได้มาหลังจาก “พระอินโข่ง” มีพรรษาและทรงความรู้มากขึ้นจึงได้รับการเคารพนับถือเป็นพระอาจารย์ซึ่งเจ้านายสมัยนั้นนิยมเรียกว่า “ขรัว” คนทั่วไปจึงเรียกพระภิกษุอินว่า “ขรัวอินโข่ง” ถึงปัจจุบัน
จากการสันนิษฐานเช่นเดียวกันว่า อิทธิพลของตะวันตกที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามามากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 จึงมีการเร่งรัดพัฒนาประเทศเป็นแบบตะวันตกมากขึ้นทั้งด้านวัฒนธรรมและวิทยาการ ซึ่งรวมถึงรูปแบบศิลปะแบบตะวันตกจากทั้งยุโรปและอเมริกา เชื่อกันว่าขรัวอินโข่งเป็นศิลปินที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่แหวกแนวจากรูปแบบประเพณีเดิมอยู่แล้ว จึงกล้ารับเทคนิคแบบตะวันตกมาประยุกต์ด้วยตนเอง อย่างไรก็ดี ในระยะแรก ขรัวอินโข่งยังคงเขียนภาพจิตรกรรมไทยเป็นแบบดั้งเดิม โดยเขียนภาพเกี่ยวกับชาดกและพระพุทธศาสนาเป็นภาพแบบ 2 มิติ เช่น ภาพยักษ์ หน้าลิง ภาพวาดที่วัดมหาสมณารามขรัวอินโข่งมีผลงานมากมาย แต่ยังไม่ปรากฏโดยชัดเจนว่ามีผู้ใด้จัดรวมรวมเป็นเอกสารไว้อย่างเป็นระบบมีหมายเลขกำกับเฉพาะและครบถ้วน พิสิฐ (2545) กล่าวไว้ว่ามีบันทึกผลงานเท่าที่ปรากฏเป็นหลักฐานได้แก่
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรัสเล่าประทานหม่อมราชวงศ์สุมนชาติ สวัสดิกุลว่า
นอกจากนี้พระองค์ยังได้กล่าวถึงเทคนิคการเขียนภาพของขรัวอินโข่งว่า
น. ณ ปากน้ำ กล่าวถึงงานของขรัวอินโข่งว่า
เว็บไซต์ทางการเกี่ยวกับพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ในหัวข้อ “จิตรกรรม” กล่าวถึงอืทธิพลของภาพเขียนตะวันตกที่เริ่มเข้ามาในประเทศไทยในขณะนั้นไว้ว่า
อิทธิพลสำคัญอีกประการหนึ่งอาจเกิดจากความคุ้นเคยของขรัวอินโข่งที่มีอยู่กับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎระหว่างผนวชที่วัดราชาธิวาสวรวิหาร สืบเนื่องจากการที่ได้ทรงศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังจนได้ทรงตั้งธรรมยุตินิกายขึ้น ได้ทรงคิดแนวเรื่องปริศนาธรรมขึ้นแล้วโปรดเกล้าให้ขรัวอินโข่งเป็นผู้เขียนภาพประกอบ
อิทธิพลภาพเขียนแบบตะวันตกเชื่อกันว่าได้มาจากภาพพิมพ์ที่หมอสอนศาสนาหรือมิชชันนารีนำมาจากต่างประเทศ รวมทั้งภาพของยุโรปที่ส่งมาจำหน่ายแพร่หลายในเมืองไทยในสมัยนั้น ขรัวอินโข่งได้นำมาพัฒนาและประยุกต์ในงานจิตรกรรมไทยเป็นภาพทิวทัศน์แบบตะวันตกโดยใช้ตัวละครและสถานที่แบบตะวันตก เช่น ภาพปริศนาธรรมที่วัดบวรนิเวศวิหารและวัดบรมนิวาส
งานจิตรกรรมไทยของขรัวอินโข่งในช่วงแรกยังคงเป็นแบบไทยดั้งเดิมดังได้กล่าวมาแล้ว ในระยะหลังแม้จะได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมและศิลปะตะวันตกโดยเฉพาะด้านการเขียนภาพหรือจิตรกรรม ซึ่งใช้วิธีการเขียนภาพแบบตะวันตกที่ใช้แสงและเงาสร้างเป็นภาพ 3 มิติทำให้เห็นภาพมีความลึกได้รับแสงไม่เท่ากันตามจริง แต่ภาพไทยที่เขียนแบบตะวันตกของขรัวอินโข่งก็ยังคงลักษณะไทยไว้ได้โดยยังคงแสดงลักษณะท่าทางและความอ่อนช้อยที่เน้นท่าพิเศษแบบไทยดังปรากฏในภาพเขียนแบบไทยทั่วไป นอกจากนี้ขรัวอินโข่งยังแสดงความอัจฉริยะในการสร้างจินตนาการจากความคิดและความเชื่อของไทยที่ยังคงมีอยู่ในสมัยนั้น
นอกจากนั้น น. ณ ปากน้ำก็ยังได้อธิบายเปรียบเทียบงานของขรัวอินโข่งกับช่างเขียนมีชื่อชาวตะวันตกไว้อย่างน่า สนใจว่า
วิยะดา ทองมิตร กล่าวถึงคุณค่าของผลงานของขรัวอินโข่งไว้ว่า
เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี เรื่องเดียวกันกล่าวถึงลักษณะเฉพาะในการเขียนภาพของขรัวอินโข่งไว้เช่นเดียวกันว่า
ขรัวอินโข่งเป็นจิตรกรไทยคนแรกที่เขียนภาพคนเหมือนแบบตะวันตก (Portrait) เป็นคนแรก โดยเขียนภาพเหมือนพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากการศึกษาหลักฐานด้านประวัติศาสตร์จิตรกรรมของไทย ยังคงถือกันว่างานชิ้นนี้นับเป็นงานภาพคนเหมือนที่มีชื่อเสียงชิ้นแรกของประเทศไทย ปัจจุบันภาพเหมือนพระบรมสาทิสลักษณ์ฯ ดังกล่าวประดิษฐานอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
กล่าวกันว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งผนวชที่วัดราชาธิวาสวรวิหาร ได้ทรงคิดแนวเรื่องปริศนาธรรมขึ้นแล้วโปรดเกล้าให้ขรัวอินโข่งเป็นผู้เขียนภาพประกอบดังกล่าว พิสิฐ เจริญวงศ์ กล่าวถึงภาพปริศนาธรรมของขรัวอินโข่งไว้ในสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทยเล่ม 2 ของราชบัณฑิตยสถาน (2545) ไว้ว่า
ขรัวอินโข่งมีผลงานมากมาย แต่ยังไม่ปรากฏโดยชัดเจนว่ามีผู้ใด้จัดรวมรวมเป็นเอกสารไว้อย่างเป็นระบบมีหมายเลขกำกับเฉพาะและครบถ้วน พิสิฐ (2545) กล่าวไว้ว่ามีบันทึกผลงานเท่าที่ปรากฏเป็นหลักฐานได้แก่
https://www.youtube.com/watch?v=CzcklwypwbY How to drawing
https://www.youtube.com/watch?v=MdUFZxOjaZQ&t=254s การวาดภาพขั้นพื้นฐาน
https://www.youtube.com/watch?v=NIv66RamWE8 วาดภาพแอปเปิ้ลทีละขั้นตอน
การจัดนิทรรศการแสดงผลงาน
การจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ จำเป็นต้องมีการวางแผนงาน เตรียมการ ดำเนินการ และวัดผลประเมินผลจนครบวงจร ซึ่งมีขั้นตอนการจัดนิทรรศการศิลปะโดยทั่วไป ดังนี้
1. การกำหนดวัตถุประสงค์และวางแผน ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเขียนโครงการจัดนิทรรศการ ซึ่งประกอบด้วยหลักการและเหตุผล (ประโยชน์และความจำเป็น) วัตถุประสงค์ เป้าหมาย (เชิงปริมาณและคุณภาพ) ขั้นตอนการดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา สถานที่ งบประมาณ การวัดผลประเมินผลและผลที่คาดว่าจะได้รับ (เมื่อสิ้นสุดโครงการ)
2. การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดนิทรรศการ โดยมีตำแหน่งประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายสถานที่ พิธีการ ต้อนรับ การเงิน ประชาสัมพันธ์ โสตทัศนูปกรณ์ เป็นต้น
3. การเตรียมผลงานศิลปะ หรือการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเตรียมจัดแสดง รวมทั้งการติดการ์ด หรือใส่กรอบผลงาน
4. การประชาสัมพันธ์ เป็นการเชิญชวนให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนไปร่วมชมนิทรรศการทั้งในรูปแบบของการจัดทำแผ่นพับ โปสเตอร์ บัตรเชิญ ป้ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่สื่อมวลชน
5. การเตรียมสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ เป็นการจัดเตรียมสถานที่ แสง เสียง บอร์ดแสดงผลงาน ไม้ประดับ โต๊ะ เก้าอี้ ริบบิ้นเปิดงาน สมุดเซ็นเยี่ยม และวัสดุอุปกรณ์ อื่นๆ
6. การจัดงานและพิธีการ เป็นการจัดกำหนดการพิธีการ และดำเนินการเปิดงานแสดงนิทรรศการ เช่น จัดทำ กำหนดการ คำกล่าวรายงาน คำกล่าวเปิดการนำชม การแสดงและการสาธิตผลงาน เป็นต้น
7. การวัดผลประเมินผล เป็นขั้นสุดท้ายที่ต้องการทราบผลการจัดนิทรรศการว่าบรรลุผลตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการหรือไม่ ซึ่งสามารถวิเคราะห์จากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้ชม จากสมุดเยี่ยมชม และจากที่ประชุมของคณะกรรมการ
การวาดภาพเฟรสโก (Fresco ) วิธีการวาดภาพสีน้ำบนปูนปลาสเตอร์ที่เพิ่งทาใหม่บนพื้นผิวผนัง สีซึ่งทำโดยการบดผงสีแห้งในน้ำบริสุทธิ์ให้แห้งและตั้งด้วยปูนปลาสเตอร์เพื่อให้กลายเป็นส่วนถาวรของผนัง การวาดภาพเฟรสโกเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำภาพจิตรกรรมฝาผนังเนื่องจากให้รูปแบบที่เป็นอนุสาวรีย์มีความทนทานและมีพื้นผิวด้านเป็นเทคนิคที่ทนทานที่สุดและประกอบด้วยกระบวนการต่อไปนี้ ปูนปลาสเตอร์ที่เตรียมไว้เป็นพิเศษสามชั้นต่อเนื่องกันทรายและบางครั้งฝุ่นหินอ่อนจะถูกเกาะติดกับผนัง ใช้เสื้อโค้ทหยาบสองตัวแรกและอนุญาตให้ตั้งค่า (แห้งและแข็งตัว) ในระหว่างนี้ศิลปินผู้สร้างการ์ตูนเต็มรูปแบบ (การวาดภาพเตรียมการ) ของภาพที่จะวาดได้โอนโครงร่างของการออกแบบลงบนผนังจากการลอกลายที่ทำจากการ์ตูน สุดท้ายเคลือบเรียบ (intonaco ) ของปูนปลาสเตอร์จะถูกเหยียบลงบนผนังให้มากที่สุดเท่าที่จะทาสีได้ในครั้งเดียว ขอบเขตของพื้นที่นี้ถูก จำกัด อย่างระมัดระวังตามเส้นชั้นความสูงเพื่อไม่ให้ขอบหรือรอยต่อของแต่ละส่วนที่ต่อเนื่องของการฉาบปูนสดไม่สามารถมองเห็นได้ ส่วนเหล่านี้เรียกว่าgiornateซึ่งเป็น "งานประจำวัน" จากนั้นการลอกลายจะถูกยึดไว้กับอินโทนาโคสดและวางเรียงรายอย่างระมัดระวังด้วยส่วนที่อยู่ติดกันของผนังทาสีและรูปทรงที่เกี่ยวข้องและเส้นภายในจะถูกลากลงบนปูนปลาสเตอร์สด ภาพวาดที่จาง ๆ แต่ถูกต้องนี้ทำหน้าที่เป็นแนวทางในการวาดภาพด้วยสีอินโทนาโคที่เตรียมอย่างถูกต้องจะเก็บความชื้นไว้ได้นานหลายชั่วโมง เมื่อจิตรกรเจือจางสีของเขาด้วยน้ำและใช้พู่กันกับปูนปลาสเตอร์สีจะซึมลงบนพื้นผิวและเมื่อผนังแห้งและเซ็ตตัวอนุภาคเม็ดสีจะถูกผูกหรือประสานพร้อมกับปูนขาวและอนุภาคทราย สิ่งนี้ช่วยให้สีมีความคงทนและทนทานต่อการเสื่อมสภาพได้ดีเนื่องจากเป็นส่วนสำคัญของพื้นผิวผนังแทนที่จะเป็นชั้นสีที่ซ้อนทับ ขนาดกลางของปูนเปียกทำให้ต้องใช้ทักษะทางเทคนิคของจิตรกรอย่างมากเนื่องจากเขาต้องทำงานให้เร็ว (ในขณะที่ปูนปลาสเตอร์เปียก) แต่ไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดโดยการทาสีทับได้ ต้องทาด้วยปูนปลาสเตอร์ใหม่หรือใช้วิธี secco
ต้นกำเนิดของภาพวาดปูนเปียกไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ถูกใช้ในช่วงต้นของอารยธรรมมิโนอัน (ที่Knossosบนเกาะครีต) และโดยชาวโรมันโบราณ (ที่ปอมเปอี ) ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาอิตาลีเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ของการวาดภาพปูนเปียกดังที่เห็นในผลงานของCimabue , Giotto , Masaccio , Fra Angelico , Correggioซึ่งชื่นชอบคำขวัญใน su ("จากด้านล่างสู่ด้านบน") _ เทคนิค - และจิตรกรอื่น ๆ อีกมากมายจาก ปลายศตวรรษที่ 13 ถึงกลางศตวรรษที่ 16 ภาพวาดของMichelangeloในSistine ChapelและRaphaelภาพจิตรกรรมฝาผนังสแตนซาในวาติกันเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีชื่อเสียงที่สุด โดยช่วงกลางศตวรรษที่ 16 แต่การใช้กลางแจ้งได้ส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วยภาพวาดสีน้ำมัน เทคนิคนี้เป็นเวลาสั้น ๆ ฟื้นขึ้นมาในศตวรรษที่ 20 โดยดิเอโกริเวร่าและเม็กซิกัน muralists อื่น ๆ เช่นเดียวกับ ฟรานเชสเคล